จากกระทู้เรื่องน้องกู๊ด V10 ซึ่งเราโพสท์ไว้..ที่เว็บไซต์ AF5

 
เนื่องจากข่าวของน้องกู๊ด AF5 มันบานปลายใหญ่โตไปแล้ว
ถึงขนาดลงหน้า 1 หนังสือพิมพ์
และถูกนำไปพูดในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ อีกตะหาก
เราเองได้ติดตามข่าวนี้มาตลอด แบบว่าปีนี้ได้ดู AF5 กะเค้าด้วย (ว่างจัด)
ก็เลยขอนำมาแปะไว้ในสเปซด้วยนะจ๊ะ
ประมาณว่าเป็นความในใจของเราจริงๆๆๆ
 
" ใจจริง..เราอยากพูดสิ่งที่เราพิมพ์ทั้งหมดต่อไปนี้
กับน้องกู๊ดด้วยตัวเองเลยนะคะ
แต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะน้องเค้าอยู่ในบ้าน AF
และเราก็ไม่ได้รู้จักกับน้องกู๊ดเป็นการส่วนตัว
แต่ก็อยากให้น้องเค้ารู้จริงๆ ว่าน้องเป็นอะไร เพราะอะไร
ทำยังไงถึงจะดีข​ึ้น (เผื่อน้องยังไม่รู้ หรือไม่เคยรู้)
ถึงเราจะไม่ใช่หมอ ไม่ได้เรียนแพทย์ แต่ที่กล้ามาพูด
ก็เพราะเห็นเป็นเรื่องเจ็บป่วย เป็นเรื่องซีเรียส
และเรามีประสบการณ์เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
และพอได้มาเห็นน้องกู๊ดเป็นอาการนี้
เราก็รู้สึกเป็นห่วงและสงสารมากๆ ถึงขนาดร้องไห้เลย
เพราะนึกถึงที่ตัวเองเคยเป็น มันก็เป็นแบบนี้เลยค่ะ
เราเลยอยากจะบอกเล่าจากใจที่หวังดีและเป็นห่วงน้องเค้าจริงๆ อ่ะค่ะ
ก็เลยคิดว่ามาตั้งกระทู้ดีกว่า
เผื่อว่าจะมีคนที่สามารถบอกน้องเค้าได้ แวะมาอ่าน
(หวังลมๆ แล้งๆ ไปงั้นค่ะ)

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเราไม่ได้ดู AF5 ตลอดเวลา

แต่ก็ดูบ่อยๆ เมื่อมีเวลาว่าง
ไม่เคยดูปีก่อนๆ เลย เพราะตอนนั้นไม่มีโอกาสดู True Vision
ไม่ได้เป็นแฟนคลับเฉพาะของน้อง V ใดๆ ทั้งสิ้น ให้กำลังใจทุกคน
อยากให้ทุกคนสู้ๆ พยายามทำให้ดีที่สุด ในแบบฉบับของตนเอง
แต่ชอบเชียร์น้องที่นิสัยดี (ในบ้าน)
และมีความสามารถ (บนเวทีคอนเสิร์ต) ​
จะรู้สึกอยากติดตามดูมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่เคย vote นะคะ

ก่อนเข้าเรื่องน้องกู๊ด เราขอเล่าเรื่องของเราเองก่อน

ซึ่งเราว่ามันคล้ายคลึงกันเหลือเกิน
เราเลยเกิดความรู้สึกเข้าใจที่น้องกู๊ดเป็นอ่ะค่ะ
เหตุการณ์ของเราเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีแล้ว ตอนที่เราเป็น ก็เพราะ
เรามีเรื่องเกี่ยวกับการเรียนปริญญาโทของเรา
ที่ทำให้เราเสียใจมากๆๆๆ ทำให้เครียดมากๆๆๆ และร้องไห้
ซึ่งไม่ใช่แค่การร้องไห้ธรรมดาๆ น้ำตาไหลหยดๆ
สวยงามเหมือนนางเอกในละคร
แต่มันเป็นอาการร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบที่น้องกู๊ดเป็นเลย
ซึ่งเราเข้าใจว่า พอร้องไห้มากๆ ร่ายกายย่อมหายใจมากเกินไปด้วย
ทำให้รับออกซิเจนมากเกิน
ต่อมาจะเกิดอาการหายใจติดขัด เกร็งและชา ตามร่างกาย
โดยเฉพาะมือและเท้า (แบบที่น้องกู๊ดเป็นเลย)
แต่ไม่ได้ชักนะคะ ย้ำว่าไม่ได้ชัก
หลายๆ คนจะตกใจมาก เพราะคิดว่าชักไปแล้ว แต่คนที่เป็นน่ะ ยังรู้เรื่อง
ยังได้ยินที่คนเค้าพูดกัน ยังสามารถคิดอะไรๆ ได้นะคะ
แต่มันพูดหรือขยับอะไรไม่ได้ เพราะกล้ามเนื้อมันเกร็ง
มันชาไปหมดแล้วไง และหายใจติดขัดอย่างนั้น ก็ไม่สามารถพูดได้เลย
ตอนนั้นเราเป็นอาการนี้เอง เราก็ไม่รู้ว่า
เออ มันดูน่ากลัวนะเนี่ยในสายตาชาวบ้าน
ทำเค้าตกอกตกใจกันมากๆ เลย
พอเห็นน้องกู๊ดเป็นเราถึงรู้แจ้งว่า มันน่าเป็นห่วงจริงๆ
และเราก็เป็นห่วงน้องเค้ามากๆ ค่ะ

อาการป่วยทั้งหมดนี้ ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าเราเป็นอะไร
แต่เพื่อนคนนึงที่เคยมีประสบการณ์พบเห็นคนที่เป็นแบบนี้มาแล้ว

และอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่เราเป็นพอดี
เค้าบอกให้ฟัง และตอนนั้นยังแนะนำวิธีแก้ด้วย
คือให้เอาถุงก๊อบแก๊บมาครอบปาก จมูก ให้หายใจรับออกซิเจนน้อยลง
และให้เราพยายามหายใจช้าๆ
เหตุการณ์ตอนนั้น เราก็ได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลเหมือนกัน
แต่ตอนไปส่งโรงพยาบาล เรามีอาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ
คงจากการที่เพื่อนเราช่วยปฐมพยาบาล
ก่อนไปถึงโรงพยาบาลอย่างที่เล่าไป
และเราพยายามหยุดร้องไห้ด้วยอ่ะค่ะ

ทีนี้..มาถึงเรื่องน้องกู๊ดที่มีอาการป่วย

ที่เราขอเรียกว่าเหมือนกับเรามากนะคะ
เราได้ดู AF ตั้งแต่วันที่น้องกู๊ดป่วยครั้งแรก (ที่น้องโบว์มาดูแล)
แล้วไปโรงพยาบาล แต่วันนั้น น้องเค้าไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้น
เราก็ไม่แน่ใจนะคะ ว่าอาการในวันก่อนหน้านั้น
น้องเค้าเป็นแบบที่เราเคยเป็นหรือป่าว ที่มีอาการเครียด ร้องไห้
จนหายใจติดขัด เกิดการเกร็งและชา เนี่ยอ่ะค่ะ
แต่เราก็เริ่มแน่ใจว่า น้องคนนี้ต้องมีนิสัยคล้ายๆ เรา
ที่เป็นคนคิดมาก แบบมากๆๆ และเครียดง่าย
(แต่ก่อนตอนที่เราเกิดอาการนี้ เราก็เป็นคนแบบนั้นจริงๆ ค่ะ)
แต่การคิดมากและเครียดง่ายอย่างที่เราหรือน้องกู๊ดเป็นนี้
มันจะมีลักษณะเป็นความรู้สึกที่ถาโถมประมาณว่า
เราแย่ เราไม่ดี เราผิด เราทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราแย่มากๆ
เราได้ทำอะไรเลวร้ายไปจริงๆ เลย ด่าตัวเองประมาณนั้นค่ะ
หลายๆ คนมาอ่าน จะนึกว่าเราบ้าหรือป่าว ทำตัวเป็นนางเอกหรือไง
ถึงคิดทำร้ายตัวเองแบบนั้น แต่คุณๆ ต้องทราบไว้นะคะ
ความเปราะบางของคนเราไม่เหมือนกัน
ยิ่งถ้าไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เสียใจมากๆ เลย
อย่างตอนที่เราเป็น ก่อนหน้านั้น เราก็ไม่เคยเสียใจอะไร
เท่าสาเหตุของเหต​ุการณ์ป่วยของเราในครั้งนั้นค่ะ
ทำให้พอมีเรื่อง ถูกคนอื่นด่าว่า หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ดีอะไร
ก็จะคิดแบบ ไม่ทำร้ายคนอื่น (แต่ทำร้ายตัวเอง) อยู่เสมอว่า
ที่เค้ามาว่าเรา ที่มันเป็นอย่างนี้ เพราะเราไม่ดีๆๆ เราแย่มากๆๆ แบบนี้ ​
คิดไป เครียดไป ร้องไห้ไป ร้องไห้มากๆ สะอึกสะอื้น หายใจเร็ว+มาก
จนเกิดอาการอย่างที่ว่า ในที่สุด

หลังจากครั้งนั้น ที่เรามีอาการป่วยแบบนั้น เราก็ไม่เคยเป็นอีก

แต่เราค​ิดว่า ที่เราไม่เป็น ที่เราหายได้
ไม่ใช่เพราะไม่มีเรื่องเสียใจ ไม่มีเรื่องที่คนมาด่าเราอีก ไม่ใช่แบบนั​้นค่ะ
แต่เป็นเพราะเราเริ่มปลงและคิดได้มากขึ้น รู้จักคิดแบบไม่ทำร้ายตัวเอง
ไม่เสียใจ+กดดันเพราะคำพูดคนอื่น (ให้มากเกินไป) อีกต่อไป
ยึดถือหลักที่ว่า เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งดีที่สุดของเรา
อาจไม่ใช่ดีที่สุดของคนอื่น เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน
สมมติ ถ้าดีที่สุดในการทดลองวิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่ง
เราอาจทำได้ผลแบบนี้ๆ ซึ่งมันไม่ดีเลิศที่สุดในโลก
ซึ่งถ้าเป็นไอน์สไตน์คงทำได้ดีกว่านี้
แต่เพราะเค้าเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกของโลก
เค้ามีมันสมองที่..ยากที่ใครจะมาเทียบได้
ประมาณนี้นะคะ ก็คือหมายถึงว่า
ทำอะไรก็ตาม ดีที่สุดของเราคือแบบนี้
และเราได้ทำดีที่สุดแล้วจริงๆ เราพยายามแล้วจริงๆ
ถ้ามากกว่านี้ มันก็ไม่ใช่เราแล้ว
แต่เราต้องเป็นตัวเรา เป็นตัวของตัวเองนะ
เราไม่สามารถทำหรือเป็นในแบบที่คนอื่นทุกๆ คน
มาพูด มาขอให้เราเป็นได้นะคะ​
แต่ให้รู้ว่า เราทำอะไรอยู่ เราไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไม่ดี
หรือทำให้ใครเดือดร้อนนะคะ
และเราจะทำ หรือได้ทำ ให้ดีที่สุดแล้ว คิดประมาณนี้
มันจะช่วยให้เราไม่คิดแบบทำร้ายตัวเอง
ไม่เสียใจ+กดดันเพราะคำพูดคนอื่น (ให้มากเกินไป) รู้จักปลงได้มากขึ้น
ทำใจได้กับเรื่องร้ายๆ เหตุการณ์ไม่ดีๆ ที่ทำให้เราเสียใจ
ที่ผ่านเข้ามา ซึ่ง..แล้วมันก็จะผ่านไป
แล้วเราก็จะอยู่ในสังคมได้ เพราะเราเข้มแข็งขึ้นน่ะเอง

กับเรื่องของน้องกู๊ดก็เช่นกัน น้องกู๊ดจะหายป่วยจากอาการนี้แน่ๆ
เพียงแค่น้องเค้ามีความคิดแบบเข้มแข็งเพียงพอที่จะอยู่ได้ในสังคม
แต่ต้องเข้าใจในสภาพเหตุการณ์และปัจจัยต่างๆ ของน้องกู๊ดเช่นกัน
สำหรับกรณีน้องกู๊ดไม่เหมือนของเราทีเดียว
ตอนที่เราเป็น เราอายุมากกว่าน้องเค้าอีก และที่น้องเค้าเป็นนี้
ส่วนหนึ่งเพราะอยู่ในรายการ reality show ด้วย
ซึ่งไม่มีเวลาส่วนตัวเป็นของตัวเองเลย

24 ชม. ของเรา เป็น 24 ชม. ของชาวบ​้านไปด้วย
เวลามีเรื่องเครียด เรื่องเสียใจ ที่อยากระบายกับพ่อแม่พี่น้อง
เพื่อนสนิทจริงๆ ก็ทำไม่ได้
น้องอดทนได้ถึงขนาดนั้น เราว่าเก่งแล้วค่ะ

น้องกู๊ดยังอายุน้อย ยังเรียนรู้และปรับตัวได้อีกมาก

แต่ของอย่างนี้ต้องใช้เวลาค่ะ
ยังไงเราก็ให้กำลังใจน้องกู๊ด ขอให้เรียนรู้ และเข้มแข็งขึ้นให้ได้
ค่อยๆ พยายาม ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปนะคะ
กว่าจะพิมพ์เสร็จ กระทู้คงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
เพราะเราอ่านทวน พยายามเรียบเรียงให้รู้เรื่องที่สุดอ่ะค่ะ
แต่ยังไงก็ขอฝากให้ทุกคนให้กำลังใจน้องเค้าด้วยนะคะ
ขอให้น้องหายป่วยเร็วๆ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองค่ะ
แล้วเราก็จะติดตามให้กำลังใจน้องๆ ทุกคนต่อไปที่บ้าน AF นะคะ
^___^ ……. "
 
 

About pandanarak444

I love Giant Pandas, Girls' Generation (So Nyeo Shi Dae or SNSD), YaYa - Urassaya Sperbund, and Purple Colour!
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s